top of page

โรคภูมิแพ้รักษาได้อย่างไร



โรคภูมิแพ้รักษาได้อย่างไร


ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้สามารถที่จะดำเนินชีวิตได้ตามปกติไปพร้อมกับโรค เพียงแต่รู้จักปฏิบัติตนให้ถูกต้องเท่านั้น หลักสำคัญในการปฏิบัติตนมีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ คือ

  1. หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้การปฏิบัติตนข้อนี้นับว่าสำคัญมาก เนื่องจากการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้จะทำให้ร่างกายของผู้ป่วยลดปริมาณการสร้างสารแพ้ ทำให้อาการของโรคภูมิแพ้ลดน้อยลง และผู้ป่วยสามารถลดปริมาณการใช้ยาให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อควบคุมอาการของโรค

  2. การใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงผู้ป่วยสามารถล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และบริหารยาพ่นผ่านทางจมูกหรือปากได้ถูกต้องตามขั้นตอน เนื่องจากการรักษาโรคภูมิแพ้ผู้ป่วยจำเป็นต้องล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ และบริหารยาพ่นผ่านทางจมูกและปากนอกเหนือจากการรับประทานยา ฉะนั้นแพทย์ผู้ทำการรักษารวมถึงผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลผู้ป่วยจำเป็นต้องคอยให้ความรู้ ความเข้าใจ และตรวจสอบความถูกต้องของขั้นตอนการบริหารยา เนื่องจากการบริหารยาไม่ถูกต้องจะทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับยาตามขนาดที่แพทย์ต้องการ

  3. การดูแลตนเองให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงอยู่เสมอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทแป้งและไขมันจนมากเกินไปที่จะทำให้เกิดโรคอ้วน และทำให้การรักษาโรคภูมิแพ้ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก รวมถึงหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่อาจกระตุ้นให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น เช่น ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรือควันจากการประกอบอาหาร เป็นต้น


ข้อปฏิบัติสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้


4 ข้อควรทำ ป้องกันโรคภูมิแพ้กำเริบ สิ่งที่เป็นตัวก่อเหตุสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้เลยก็คือ ฝุ่น หรือไรฝุ่น ซึ่งทำให้อาการแพ้กำเริบนั่นเอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้คนเป็นภูมิแพ้อย่างเราๆ อาการทุเลาลง ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดเวลาอาการกำเริบอีกก็คือ การรู้จักดูแลรักษาความสะอาดภายในบ้าน


ไรฝุ่น เป็นสัตว์ขาข้อตระกูลเดียวกับหิด แมงมุม แต่ตัวเล็กกว่ามาก มีขนาดเล็กประมาณ 0.1-0.3 มิลลิเมตร มีสีขาวคล้ายฝุ่น เดินเร็ว อยู่ปะปนในฝุ่นบ้าน จึงทำให้มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ยาก ต้องใช้กล้องขยายส่องดู ไรฝุ่นชนิดที่พบบ่อยและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้มี 2 ชนิดคือ ไรฝุ่นชนิด Dermatophagoides pteronyssinus (DP) และ Dermatophagoides farinae (DF)


ตัวไรฝุ่นชอบเส้นใยและชอบอยู่ในที่มืด อับชื้น ดังนั้น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม จึงเป็นที่ที่ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่


ห้องนอนจึงเป็นแหล่งที่พบตัวไรฝุ่นมากที่สุดในบ้าน ไรฝุ่นเติบโตได้ด้วยการกินขี้ไคลและรังแคของคน จากการสำรวจพบว่า อาจพบตัวไรฝุ่นในที่นอนตั้งแต่แสนตัวถึงนับล้านตัว สำหรับผู้ที่แพ้ไรฝุ่น เมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นมักจะทำให้เกิดอาการคัน คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันตา แสบตา เคืองตา น้ำตาไหล คันคอ ไอ หรือหอบหืดในเวลากลางคืน หรือ ช่วงตื่นนอน


ลดปริมาณไรฝุ่นได้โดย…

  1. จัดห้องนอนให้โล่งพร้อมกับเปิดให้อากาศถ่ายเท หรือจัดให้มีการระบายอากาศที่เหมาะสม เพื่อลดความชื้นที่เป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของไรฝุ่น มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด ไม่ใช้พรมปูพื้นห้อง หรือวัสดุที่ทำจากผ้าหรือขนเป็นส่วนประกอบของในบ้าน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นที่กักเก็บฝุ่นได้

  2. นำเครื่องนอนทุกชนิดออกผึ่งแดดจัดๆ เพราะแสงแดดจะทำให้ไข่ไรฝุ่นฝ่อ และลดจำนวนไรฝุ่นที่จะฟักออกมาใหม่ได้ รวมถึงยังทำให้ความชื้นในที่นอนลดลงด้วย นอกจากนี้ควรคลุมที่นอนและหมอนด้วยผ้าพลาสติก หรือผ้ากันไรฝุ่น

  3. ซักทำความสะอาดเครื่องนอนทุกชนิดด้วยน้ำร้อนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง และทำความสะอาดบ้านด้วยเครื่องดูดฝุ่น หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เป็นประจำ และล้างแผ่นกรองฝุ่นเครื่องปรับอากาศ ควรใช้ผ้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ทำความสะอาดด้วย

  4. ส่วนการใช้สารเคมีกำจัดแมลงนั้นไม่ค่อยเหมาะนัก เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและมีอันตรายจากพิษตกค้างได้

แม้ว่าโรคภูมิแพ้อาจจะรักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่เราสามารถป้องกันได้โดยการควบคุมไม่ให้อาการกำเริบ และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้

แหล่งที่มา [1] [2] [3] [4]

บทความ : รศ.พญ. อัญชลี ตั้งตรงจิตร ภาควิชาปรสิตวิทยา, รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

Kommentarer


bottom of page